ทองประภาค้าเหล็ก จำกัด จำหน่ายเหล็กรูปพรรณและวัสดุก่อสร้าง ท่อดำ สแตนเลส และโลหะทุกชนิด

 

สินค้า

เหล็กเพลาขาวใน STEEL-ROUND BARS
เหล็กเพลาขาวนอก IMPORT STEEL-ROUND BARS
เหล็กตัวซี STEEL LIGHT LIP CHANNEL
เหล็กฉาก STEEL ANGLE BARS
เหล็กรางน้ำ ANGLES-CHANNELS
เหล็กแบน STEEL FLAT BARS
เหล็กไอบีม I-BEAMS
เหล็กไวด์แฟรงค์ WIDEFLANGE BEAMS
เหล็กเอชบีม H-BEAMS
ท่อดำ แป๊ปกลม CARBON STEEL PIPES
ท่อ API APIPIPES
เหล็กแผ่น STEEL SHEET & PLATE
เหล็กกล่อง STEEL SQUARE PIPES
แป๊ปแบน STEEL RECTANGULAR PIPES
เหล็กข้ออ้อย ,เหล็กเส้น
เหล็กกันสึก DIN ST-52 (เหล็กสำหรับทำโม่ปูน)
เหล็ก ASTM A572 Gr 50 (เหล็กกันสึก)
เหล็ก ASTM
เหล็กแข็งใบมีด JIS SCM440
เหล็กสปริง SK5
ท่อไม่มีตะเข็บ ขนาดต่างๆ ของ Sumitomo Kokura Japan / ท่อไฮโดรลิค ขนาดเล็กที่ไม่มีในตลาด
สแตนเลส size ต่างๆ ของ NIPON YAKIN KOGYO JAPAN
เหล็ก ASTM A36 , เหล็ก ASTM A283 GR C , เหล็ก ASTM A285 GR C , เหล็ก ASTM A537 CL 1, 2 เกรดประเทศสหรัฐอเมริกา
เหล็ก DIN ST37-2 , DIN ST35-8 แป๊ป Boiler , DIN ST60 เกรดประเทศเยอรมัน
เหล็ก DIN ST35
บริการ รีดขึ้นรูปเหล็ก
เหล็กรางรถไฟ (rail way steel)
เหล็กพับกระพ้อ
เหล็ก ASTM A242 CORTEN A,B เกรดประเทศสหรัฐอมริกา
ท่อไฮโดรลิก , ท่อ chromoly ขนาดเล็กที่หายากในตลาด

วัสดุเหล็กและการเลือกใช้งานเบื้องต้น

โดย ... ไพบูลย์  ชูพึ่งอาตม์

1. โครงสร้างของเหล็กกล้า และโลหะวิทยาเบื้องต้น

        เหล็กกล้า คือ เหล็กที่สามารถทำให้แข็งและมีคุณสมบัติดีขึ้นภายหลังจากได้รับความร้อนอย่างถูกต้องตามวิธี โดยหากนำเอาเหล็กกล้ามาเจียระไนและขัดให้เรียบแล้วใช้น้ำกรดเจือจางทำความสะอาดที่ผิวหน้า แล้วใช้กล้องขยายกำลังสูงส่องดูจะเห็นว่าพื้นที่นั้นมีเส้นและโครงสร้างต่างๆ ดังรูปที่ 1, 2 และ 3 รูปต่างๆ ที่เราเห็นเรียกว่า โครงสร้างทางโลหะ เหล็กแต่ละชนิดจะมีโครงสร้างแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับธาตุต่างๆ ที่ผสมอยู่ในโลหะนั้นๆ และลักษณะการกระจายตัวของธาตุภายในเนื้อเหล็กด้วย

        เหล็กกล้าจะมีธาตุต่างๆ ผสมอยู่เนื้อเหล็กมีสูตรเป็น Fe3C ซึ่งนักโลหะวิทยาเรียกว่า CEMENTITE นักโลหะวิทยาได้เรียกชื่อเหล็กกล้าที่อยู่ในสภาพต่างๆ เช่น เหล็กกล้าที่มีธาตุคาร์บอนผสมอยู่ 0.85% ว่า PEARLITE โดยสามารถแยกออกเป็น 3 ลักษณะได้คือ

1. ถ้าหากมีธาตุคาร์บอนผสมอยู่ต่ำกว่า 0.85% เหล็กกล้านั้นจะมีโครงสร้างเป็นแบบ FERRITE (ดังรูปที่ 1)
2. ถ้าหากมีธาตุคาร์บอนผสมอยู่ 0.85% เหล็กกล้านั้นจะมีโครงสร้างเป็นแบบ PEARLITE (ดังรูปที่ 2)
3. ถ้าหากมีธาตุคาร์บอนผสมอยู่มากกว่า 0.85% เหล็กกล้านั้นจะมีโครงสร้างเป็นแบบ PEARLITE + CEMENTITE (ดังรูปที่ 3)

        โครงสร้างของเหล็กกล้าทั้ง 3 แบบนี้จะเห็นได้โดยการนำเอาเหล็กกล้าไปให้ความร้อน โดยให้มีอุณหภูมิต่ำกว่า 721 °C (หากให้ความร้อนเกินแล้วโครงสร้างของเหล็กก็จะเปลี่ยนไป) ถ้าหากเราให้ความร้อนแก่เหล็กขึ้นไปจนถึงจุดจุดหนึ่งแล้ว โครงสร้างก็จะเปลี่ยนไปเป็นแบบ AUSTENITE และเมื่อทำให้เหล็กนั้นเย็นตัวลงอย่างรวดเร็ว โครงสร้างแบบ AUSTENITE ก็จะแข็งตัวและเกิดเป็นโครงสร้างอีกแบบหนึ่ง ซึ่งมีชื่อว่า MARTENSITE เป็นโครงสร้างชนิดใหม่แตกต่างไปจาก FERRITE, PEARLITE และ CEMENTITE โครงสร้างแบบ MARTENSITE นี้มีความแข็งมาก โครงสร้างของเหล็กกล้าแบบต่างๆ มีความแข็งแตกต่างกันไปดังตัวอย่างดังนี้

FERRITE มีความแข็งประมาณ 80 BRINELL
PEARLITE มีความแข็งประมาณ 200 – 300 BRINELL
CEMENTITE มีความแข็งประมาณ 700 BRINELL
AUSTENITE มีความแข็งประมาณ 180 – 250 BRINELL
MARTENSITE มีความแข็งประมาณ 650 – 700 BRINELL
            ** BRINELL เป็นหน่วยวัดความแข็งเหล็กชนิดหนึ่ง


2. การเลือกชนิดของเหล็ก
        ความผิดพลาดของการทำงานหลายครั้งเกิดขึ้นจากการเลือกซื้อเหล็กโดยไม่ทราบชนิดและส่วนผสม จึงทำการอบชุบให้แข็งผิดพลาด โดยเหล็กที่มีขายในท้องตลาดมีชื่อและส่วนผสมแตกต่างกันไปมากมายหลายชนิด และมักทำให้สับสน เพราะประเทศผู้ผลิตเป็นผู้กำหนดมาตรฐานและชื่อเอง เหล็กที่ผลิตจากประเทศหนึ่งจึงมีชื่อแตกต่างไปจากเหล็กอีกประเทศหนึ่ง เช่นในสหรัฐอเมริกาจะมีมาตรฐานแบบ ASTM, AISI, SAE ญี่ปุ่นมีมาตรฐาน JIS เยอรมันมีมาตรฐาน DIN เป็นต้น ดังนั้นผู้ใช้งานควรจะศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับชนิดและส่วนประกอบของเหล็ก เพื่อเลือกให้เหมาะสมกับชิ้นงาน เพราะเหล็กแต่ละชนิดมีคุณสมบัติแตกต่างกัน


ความรู้เบื้องต้นของเหล็กกล้า
        เหล็กกล้า (STEEL) คือเหล็กที่มีคาร์บอนเป็นองค์ประกอบไม่เกิน 2% เหมาะสมสำหรับการอบชุบโลหะด้วยความร้อน (HEAT TREATMENT) ให้มีคุณสมบัติแข็งแกร่งเหมาะสมกับการใช้งานมากขึ้น เหล็กกล้ามีมากมายหลายชนิด แต่ละชนิดมีคุณสมบัติแตกต่างกันไปมากบ้างน้อยบ้าง ซึ่งยังไม่มีเหล็กกล้าใดที่มีคุณสมบัติครอบคลุมการใช้งานได้ทุกชนิด คือให้มีทั้งความแข็งและเหนียว อ่อนพอจะกลึงไสหรือแปรรูปได้ง่าย มีความต้านทานต่อการเสียดสีดี ไม่เป็นสนิม ซึ่งเป็นไปไม่ได้ในเหล็กชนิดเดียวกัน ชิ้นเดียวกัน ถ้ามีความเหนียวก็จะไม่แข็ง ถ้าต้องการให้แข็งก็จะไม่เหนียว และความต้องการในการใช้งานก็แตกต่างกัน จึงเป็นสาเหตุให้มีเหล็กต่างชนิดกันมากมายจำหน่ายอยู่ตามท้องตลาด ในการเลือกใช้งานจึงต้องพิจารณาคุณสมบัติของเหล็กและส่วนผสม รวมทั้งกรรมวิธีการอบชุบเหล็กให้เหมาะสมด้วย

        เหล็กกล้าแบ่งออกเป็น 2 ชนิดใหญ่ๆ คือ
        - เหล็กกล้าคาร์บอน
        - เหล็กกล้าผสม

เหล็กกล้าคาร์บอนแบ่งออกได้เป็น
1. RIMMED STEELเป็นเหล็กโครงสร้างที่มีคาร์บอนต่ำประมาณ 0.07 – 0.15% มักใช้ทำลวด ท่อต่างๆ
2. KILLED STEEL คือเหล็กที่ถลุงแล้วไล่ก๊าซต่างๆ ที่ไม่พึงประสงค์แล้วรีดออกมาแล้วนำไปอบคืนให้เหนียว มีเปอร์เซ็นต์คาร์บอนต่ำ แบ่งออกเป็น
   2.1 DEAD MILD STEEL คาร์บอนประมาณ 0.07 – 0.15% ซิลิคอน 0.5% มักใช้กับงานที่ต้องรีดขึ้นรูปเย็น เช่น ท่อ เป็นต้น
   2.2 MILD STEEL คาร์บอน 0.15 – 0.25% แมงกานีส 0.6% ซิลิคอน 0.25% ใช้ทำพวกเหล็กฉาก LIGHT GAGE ท่อ
   2.3 เหล็กคาร์บอนปานกลาง (MEDIUM CARBON STEEL) จะมีคาร์บอนอยู่ระหว่าง 0.3 – 0.5%
   2.4 เหล็กคาร์บอนสูง (HIGH CARBON STEEL) จะมีคาร์บอนอยู่ตั้งแต่ 0.5% ขึ้นไป


เหล็กกล้าผสม (ALLOY STEEL)  จะมีคุณสมบัติพิเศษเพิ่มขึ้นไปจากเหล็กคาร์บอนธรรมดาตามคุณสมบัติของธาตุ และปริมาณ (เปอร์เซ็นต์) ที่ผสมรวมเข้าไปในเหล็กนอกเหนือไปจากคาร์บอน โดยสารซึ่งประกอบในเนื้อเหล็กปรกติ 5 ธาตุ เดิม คือ คาร์บอน ซิลิคอน แมงกานีส ฟอสฟอรัส และซัลเฟอร์ ธาตุที่ผสมเข้าไปเพิ่ม ได้แก่ โครเมียม นิกเกิล อลูมิเนียม ทังสะเตน วานาเดียม ไทเทเนียม โมลิบดินั่ม โคบอลท์ เป็นต้น โดยบริษัทผู้ผลิตเหล็กจะเป็นผู้กำหนดมาตรฐานและส่วนผสมต่างๆ ให้เหมาะสมกับการใช้งาน
หมายเหตุ :- เหล็กกล้าคาร์บอนต่ำ เปอร์เซ็นต์คาร์บอนไม่เกิน 0.3 ไม่สามารถชุบแข็งโดยการชุบปกติได้ ต้องผ่านกรรมวิธี CARBURIZING (หรือการเติมคาร์บอน) ที่ผิวแล้วนำไปชุบแข็ง ซึ่งเรียกว่า CASE HARDENING หรือการชุบแข็งที่ผิว

        - เหล็กกล้าคาร์บอนปานกลาง 0.3 – 0.5 เปอร์เซ็นต์ สามารถชุบแข็งโดยวิธีปกติได้
        - เหล็กกล้าที่มีส่วนผสมคาร์บอนเกิน 0.5 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป สามารถชุบแข็งได้ดี


กลับไปด้านบน

 

 

 


 Copyright (c) 2011  Thongprapa Steel Co Ltd All rights reserved

12/4 หมู่ที่ 5 ถนน สุขสวัสดิ์ ซอย สุขสวัสดิ์43 ตำบล บางครุ อำเภอ พระประแดง จังหวัด สมุทราปราการ 10130 

Tel.   02-4634490-3 , Fax02-4634494-5

Email :   Tpp.steel@gmail.com

 
Online:  7
Visits:  524,409
Today:  19
PageView/Month:  5,833